การปลูกผักหวานป่าตามภูมิปัญญาท้องถิ่น (ปลูกร่วมกับต้นไม้พี่เลี้ยง)
โดย admin เมื่อ June 12 2008 21:41:40
การปลูกผักหวานป่าตามภูมิปัญญาท้องถิ่น






เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2547 ได้มีโอกาสเยี่ยมชมแปลงผักหวานป่าที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเจ้าของสวนก็ได้ให้การต้อนรับและให้ข้อมูลเป็นอย่างดี ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ กระผมจึงขออนุญาตเจ้าของสวนนำข้อมูลมาเผยแพร่ต่อไป เจ้าของสวนคนดังกล่าว คือ นายโอภาส ไชยจันทร์ดี อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 7 บ้านหนองอ้อน้อย ตำบลกุดน้ำใส อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 40310 โทรศัพท์ (043) 373152 เกษตรกรประสบผลสำเร็จในการปลูกผักหวานป่า มีพื้นที่ 34 ไร่ ประกอบด้วย มะขามหวาน 300 ต้น ไม้สัก ประดู่ มะค่าโมง พยุง ตะเคียน เต็งรัง และไม้ป่าธรรมชาติอื่น ๆ ลักษณะดินของพื้นที่สวนเป็นดินลูกรังผสมดินเหนียว

นายโอภาส ไชยจันทร์ดี ได้ทำการทดลองปลูกผักหวานป่ามา 15 ปี กว่าจะประสบผลสำเร็จ ในระยะ 5 ปีแรก เป็นช่วงของความล้มเหลว ในช่วง 5 ปี ถัดมาสามารถเพาะต้นกล้าจากเมล็ดได้ประมาณ 50% แต่เมื่อนำไปปลูกในแปลงกลับไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากต้นกล้ามักจะตายหรือไม่ก็แคระแกร็น และในช่วง 5 ปีสุดท้าย จึงประสบความสำเร็จ สามารถเพาะต้นกล้าจากเมล็ดได้รอดเกือบ 100% และเมื่อนำต้นกล้าไปปลูกในแปลงก็สามารถรอดตายและมีการเจริญเติบโตดี ปัจจุบันมีต้นผักหวานป่าอายุ 1-10 ปี จำนวนมากกว่า 10,000 ต้น และยังเพาะต้นผักหวานไว้จำหน่าย และขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ เกษตรกรได้ก่อตั้งกลุ่มกหานป่า 44” มีสมาชิก 10 คน ซึ่งศึกษาวิธีปลูกผักหวานป่ามาด้วยกัน และปลูกผักหวานในพื้นที่ของตนเองคนละ 100-5,000 ต้น

การปลูกผักหวานป่า

- สายพันธุ์ผักหวานป่า

พันธุ์ที่ปลูกในสวนของนายโอภาส ไชยจันทร์ดี มีอยู่ 3 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ใบมน ใบรี ละใบแหลม

- การเก็บเมล็ดพันธุ์

เมล็ดพันธุ์ผักหวานป่าจะสุกระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน เมล็ดพันธุ์ในแต่ละพื้นที่จะสุกไม่พร้อมกัน โดยในแต่ละพื้นที่จะมีช่วงเวลาในการเก็บเมล็ดพันธุ์เพียง 1 เดือน จากประสบการณ์ของเกษตรกรพบว่าเมล็ดผักหวานที่เก็บจากต้นแล้วควรรีบเพาะภายใน 7 วัน จะทำให้งอกได้ด



ภาพแสดงการเพาะกล้าผักหวาน


- การเพาะเมล็ด

เพาะในถุงพลาสติกสีดำ 3-4 เมล็ดต่อถุง โดยเพาะร่วมกับไม้พี่เลี้ยง เช่น ต้นแคบ้าน ตะขบ พริก ซึ่งเมล็ดผักหวานจะงอกภายใน 45-60 วัน ต้นกล้าผักหวานไม่ควรเลี้ยงไว้นานเกิน 1 ปี หากเกิน 1 ปี ควรเปลี่ยนถุงให้ใหญ่ขึ้นแต่ไม่ให้เกิน 2 ปี



ภาพแสดงการปลูกร่วมกับพืชชนิดอื่น


- ฤดูปลูก

ช่วงที่เหมาะสมในการปลูกผักหวานป่า คือ เดือนตุลาคมถึงเมษายน เพราะผักหวานป่าจะเจริญเติบโตไดีดีในฤดูหนาวถึงฤดูร้อน ส่วนฤดูฝนจะหยุดการเจริญเติบโต

- การปลูก

สามารถปลูกได้ 2 วิธี คือ ปลูกโดยหยอดเมล็ดลงดิน และนำเมล็ดมาเพาะกล้าก่อนจึงนำไปปลูกในแปลง การปลูกจะปลูกในหลุมเดียวหลาย ๆ ต้น ร่วมกับพืชให้ร่มเงา เนื่องจากผักหวานป่าไม่สามารถอยู่ในที่โล่งแจ้งได้ จึงปลูกร่วมกับพืชอื่นโดยอาศัยร่มเงาจากต้นไม้ที่มีอยู่แล้ว เช่น มะม่วง ขนุน ลำไย ตะขบ ยางพารา ต้นไม้ธรรมชาติ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกผักหวานป่าร่วมกับต้นตะขบจะทำให้ต้นผักหวานป่าเจริญเติบโตได้ดีกว่าร่วมกับพืชชนิดอื่น

- การดูแลรักษา

จะไม่มีการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีเลย ถ้าหากมีการพ่นสารเคมี ผักหวานจะตาย ในการปรับปรุงสภาพดิน จะมีการใส่ ปุ๋ยอสุภะ หรือมูลคน ผสมน้ำรดผักหวาน เป็นระยะ ๆ จะทำให้ผักหวานมีลำต้นแข็งแรง ใบสีเขียวเป็นมัน และเจริญเติบโตดี

- ข้อสังเกต

การใช้ “ปุ๋ยอสุภะ” มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของผักหวานและสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยผักหวานได้ แต่ต้องผ่านขบวนการหมักให้ย่อยสลายก่อน การนำมาใช้โดยตรงอาจจะมีผลต่อสุขอนามัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภคได

การปลูกผักหวานป่าตามแนวทางที่ นายโอภาส ไชยจันทร์ดี แนะนำในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกได้ประมาณ 500 ต้น เพียง 4-5 ปี ก็จะสามารถเก็บยอดขายได้ และผักหวานมีการแตกต้นเพิ่มขึ้นได้อีกตามรากของต้นแม่

จากการเข้าไปเยี่ยมชมสวนผักหวานป่าในครั้งนี้ ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย ขอชื่นชมในความวิริยะอุตสาหะของเจ้าของสวนที่ใช้เวลาในการศึกษา ทดลองด้วยตัวเองมาเป็นเวลานานจนประสบผลสำเร็จ และมีความยินดีและเต็มใจที่จะเผยแพร่ข้อมูลต่อผู้สนใจรายอื่น ๆ ต่อไป ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถนำความรู้นี้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของท่าน ท้ายนี้ขอขอบคุณนายโอภาส และนางศศิธร ไชยจันทร์ดี ที่ได้ให้การต้อนรับ และให้ข้อมูลเป็นอย่างดี ผู้ที่สนใจปลูกผักหวานป่าสามารถติดต่อซื้อต้นกล้าหรือติดต่อขอชมแปลงได้ กับเจ้าของสวนโดยตรงตามที่อยู่ข้างต้น

อ้างอิง : สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 3 ขอนแก่น